วัดพายัพ ตั้งอยู่ในทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองโคราชในอดีต โดยมีเสาหลักเมืองเป็นจุดศูนย์กลาง ตามชื่อที่ตั้งขึ้น ปัจจุบันพื้นที่บริเวณนี้ได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางของเมืองนครราชสีมา ภาย ในวัดแบ่งเป็นเขตพุทธาวาส 2 ไร่, เขตธรรมาวาส 2 ไร่ เขตสังฆาวาส ถนน สนามหญ้า 3 ไร่ เขตที่จัดประโยชน์ให้เช่าอยู่อาศัย 5 ไร่ และปลูกต้นไม้ 3 ไร่ รวมเนื้อที่วัดพายัพ 15 ไร่ 69 ตารางวา
ภายในถ้ำได้เก็บรวบรวม รักษาพระพุทธรูปโบราณ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแกะสลักหินทราย สมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีอยู่หลายองค์ที่คงสภาพสมบูรณ์ คือ "พระพุทธรูปอุลลุกมณี"
พระพุทธรูปอุลลุกมณี ลักษณะเป็นพระพุทธรูปอินเดียสมัยคุปตะ เนื้อหินทราย ภายในองค์พระจะมีอุลลุกมณีผสมอยู่ทั้งองค์ ด้านพระปฤษฎางค์ถูกคนร้ายเจาะเป็นแผลลึกประมาณ 2 นิ้ว มีแร่อุลลุกมณีอยู่ด้านในองค์พระ แสดงว่าเป็นพระพุทธรูปทำมาจากอินเดียหรือช่างชาวอินเดีย มาช่วยสร้างวัดพายัพและได้สร้างพระพุทธรูปไว้สักการบูชาประจำวัด
ประวัติของหินงอกหินย้อย เหล่านี้ ย้อนหลังกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2533 พระราชวิมลโมลี เจ้าอาวาสวัดพายัพ ได้ไปหาหินทำลูกนิมิต หินประดับสวนและหินอ่อนปูอุโบสถ แต่กลับไปพบหินงอกหินย้อยที่ชาวบ้านตั้งโชว์หน้า บริเวณบ้านเขาวง ต.หน้าพระลาน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี
สอบถามชาวบ้าน เล่าให้ฟังว่า ได้เก็บหินเหล่านี้มาจากบริเวณระเบิดหินภูเขา ซึ่งรัฐบาลให้สัมปทานแก่บริษัทโรงงานโม่หินผลิตปูนซีเมนต์ โดยพวกคนงานได้เจาะรูฝังระเบิดไดนาไมต์ทำการระเบิดหินที่ภูเขามาเป็นเวลานาน หลาย 10 ปี และยังทำต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
เมื่อระเบิดเปิดหน้า เขาออก บางครั้งพบโพรงถ้ำ ซึ่งภายในมีหินงอกหินย้อยสีสันสวยงามจำนวนมาก หินเหล่านี้เป็นสมบัติอันล้ำค่าทางธรรมชาติที่หาดูยาก แต่กลับถูกระเบิดทำลายแตกหักเสียหายไปหมด น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งนี้ คนงานระเบิดหินแล้วคัดเอาหินไปทำปูนซีเมนต์ ส่วนหินงอกหินย้อยสีต่างๆ ที่ถูกระเบิดออกแตกหักเสียหาย ใช้ทำประโยชน์ไม่ได้ ก็ไถทิ้งลงเหวหรือถมทิ้ง เก็บไว้ก็ไม่มีคนซื้อ หินงอก หินย้อย เหล่านี้ต้องถูกทำลายไป ทั้งที่เป็นหินที่มีความสวยงาม มีรูปร่างสีสันวิจิตรพิสดาร เป็นสมบัติอันล้ำค่าของแผ่นดิน ควรที่จะเก็บรักษาไว้ แต่ไม่มีใครเห็นคุณค่าเก็บรักษา
ได้ลองสอบถาม คนงานว่าหินเหล่านี้มีมากน้อยแค่ไหน คนงานตอบว่า เมื่อระเบิดไปก็เจอเรื่อยๆ แสดงว่ามีหินงอกหินย้อยอีกจำนวนมากที่จะต้องถูกระเบิดทำลายทุกวัน ตราบใดที่ประเทศไทยยังทำปูนซีเมนต์ด้วยหินปูน ภูเขาจะต้องถูกระเบิดต่อไปจนหมด
พระราชวิมลโมลี เล็งเห็นว่า หากมีผู้คิดเอาหินงอกหินย้อยไปสร้างถ้ำขนาดใหญ่ขึ้นใหม่ น่าจะทำได้ เพราะหินยังมีอยู่มากมาย โดยใช้วัดพายัพเป็นที่เก็บรักษา จึงได้คิดหาวิธีการเก็บรักษาหินงอกหินย้อยไว้ให้คนรุ่นหลังได้มาเที่ยวชม ทัศนศึกษา โดยได้สร้างกุฏิวายุภักษ์ขึ้น และตกแต่งชั้นล่างให้เป็นถ้ำหินงอกหินย้อย
พระราชวิมลโมลี ได้ออกแบบเขียนแปลนและทำการควบคุมการก่อสร้างทุกขั้นตอน คำนวณให้สามารถรับน้ำหนักหินได้ ก่อนเริ่มสะสมขอซื้อหินงอกหินย้อยจากคนงานระเบิดเขา ที่บ้านเขาวง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2533-2536
จากนั้นนำหินมาคัดแยกกลุ่ม ประเภทสี ล้างทำความสะอาดด้วยโซดาไฟ ใช้สว่านเจาะหินทุกก้อน ใส่กาว ฝังเหล็ก 2-3 หุน ตามขนาดน้ำหนักหิน ใช้คนงานและพระภิกษุ-สามเณร ช่วยกันยกติดตั้งเกาะแขวนห้อย เชื่อมด้วยไฟฟ้า อัดปูนซีเมนต์ แต่งรอยต่อด้วยหินก้อนเล็ก เต็มพื้นที่ สร้างแล้วเสร็จปี พ.ศ.2536 มูลค่า 4,730,000 บาท
พระราชวิมลโมลี ได้ออกแบบเขียนแปลนและทำการควบคุมการก่อสร้างทุกขั้นตอน คำนวณให้สามารถรับน้ำหนักหินได้ ก่อนเริ่มสะสมขอซื้อหินงอกหินย้อยจากคนงานระเบิดเขา ที่บ้านเขาวง ตั้งแต่ปี พ.ศ.2533-2536
จากนั้นนำหินมาคัดแยกกลุ่ม ประเภทสี ล้างทำความสะอาดด้วยโซดาไฟ ใช้สว่านเจาะหินทุกก้อน ใส่กาว ฝังเหล็ก 2-3 หุน ตามขนาดน้ำหนักหิน ใช้คนงานและพระภิกษุ-สามเณร ช่วยกันยกติดตั้งเกาะแขวนห้อย เชื่อมด้วยไฟฟ้า อัดปูนซีเมนต์ แต่งรอยต่อด้วยหินก้อนเล็ก เต็มพื้นที่ สร้างแล้วเสร็จปี พ.ศ.2536 มูลค่า 4,730,000 บาท
เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2536 สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เสด็จเยี่ยมชมภายในถ้ำแห่งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่วัดพายัพ เมืองโคราช
|
วัดพายัพ เป็นวัดเก่าแก่ของเมืองนครราชสีมา สร้างขึ้นในรัชสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เมื่อครั้งพระองค์ทรงครองราชย์อาณาจักรกรุงศรีอยุธยา ได้ทรงเลือกสถานที่ในการสร้างเมืองนครราชสีมา จึงให้ช่างฝรั่งเศสเขียนแบบแปลนก่อสร้าง เป็นรูปเหลี่ยม มีคูคลองน้ำรอบกั้นข้าศึก มีกำแพงประตูเมือง 4 มุมเมือง และได้ทรงสร้างวัดขึ้นภายในกำแพงเมืองจำนวน 6 วัด คือ วัดพระนารายณ์ (วัดกลาง) วัดบึง วัดบูรพ์ วัดอิสาน วัดสระแก้ว และวัดพายัพ
สิ่งก่อสร้างภายในวัดพายัพ มีอุโบสถทรงเรือสำเภา สมัยอยุธยาตอนปลาย 1 หลัง หอไตรทรงไทยไม้สองชั้น 1 หลัง กุฏิทรงไทยไม้ชั้นเดียว 1 หลัง นอกจากนี้ยังมี อุโบสถหินอ่อน อยู่ในระหว่างการก่อสร้าง งบประมาณ 40 ล้านบาท ลักษณะศิลปะทรงเรือสำเภาสมัยอยุธยาที่มุ่งสร้างขึ้น เพื่อให้เป็นปริศนาธรรมดุจเรือสำเภาขนส่งสรรพสัตว์ข้ามห้วงทะเล คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ไปให้ถึงฝั่งพระนิพพาน โบสถ์หลังนี้ สร้างขึ้นเป็นอนุสรณ์แด่สมเด็จพระนารายณ์มหาราช ผู้ทรงสถาปนาสร้างเมืองนครราชสีมา พิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันเสาร์ที่ 5 กันยายน 2530 โดยมีนายสมบูรณ์ ไทยวัชรามาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เป็นประธาน
| อุโบสถหินอ่อนทรงเรือสำเภา ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง |
| ความสวยงามภายในอุโบสถหินอ่อนทรงเรือสำเภา ที่ยังก่อสร้างไม่เสร็จ |
ผู้ที่สนใจเข้าไปเยี่ยมชม ถ้ำหินย้อยแบบเป็นหมู่คณะ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่พระมหาสถาพร ญาณวุฑโฒ วัดพายัพ ถ.ชุมพล ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครราชสีมา โทรศัพท์ 0-4424-1525, 08-9581-9059
http://www.youtube.com/watch?v=cI9Ib82jdSA
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น